รายงานสรุปการเข้าร่วมการประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ
รายงานสรุปการเข้าร่วมการประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานสรุปการเข้าร่วมการประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน (ประเทศจีน) ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ
สาระสำคัญ
1. เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติ (12 พฤษภาคม 2569) เห็นชอบในหลักการต่อร่างแถลงการณ์ร่วมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 (ร่างแถลงการณ์ร่วมฯ) และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายร่วมรับรองร่างแถลงการณ์ร่วมฯ ในการประชุมระดับสูงสำหรับผู้กำหนดนโยบายด้านสตรีและเศรษฐกิจ (High-Level Policy Dialogue on Women and the Economy: HLPDWE) ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตามที่ พม. เสนอ ซึ่งการประชุมดังกล่าว จัดขึ้นภายใต้การประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 โดยมีสาระสำคัญ เช่น (1) การเสริมพลังสตรีในการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อเอเชียแปซิฟิกที่มีนวัตกรรม เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุม เสมอภาค เข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์ต่อทุกคน (2) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาสีเขียวและคาร์บอนต่ำเพื่อเอเชียแปซิฟิกที่ยั่งยืน ตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยธรรมชาติ และส่งเสริมให้สตรีมีส่วนร่วมในความพยายามลดการปล่อยคาร์บอน ลดมลพิษ (3) การส่งเสริมการจ้างงานและการเป็นผู้ประกอบการของสตรีเพื่อเอเชียแปซิฟิกที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญกับบทบาทของสตรีในการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างโอกาสในการทำงานที่กว้างขวาง และสภาพแวดล้อมการจ้างงานที่เป็นธรรม และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้ และราคาที่เหมาะสม ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมร่างแถลงการณ์ร่วมฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้ พม. ดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ ที่ไทยได้รับจากการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวด้วย
2. ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติตามข้อ 1 พม. โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 13 -16 พฤษภาคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “การเสริมพลังสตรีในทางเศรษฐกิจเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก” โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือ โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นสําคัญ ได้แก่ (1) บทบาทของสตรีในการพัฒนาดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ (2) การพัฒนาสีเขียว และ (3) การจ้างงานและการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อกำหนดแนวทางเชิงปฏิบัติใน
การเสริมสร้างศักยภาพของสตรี ในการเพิ่มโอกาสและรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อให้บรรลุการพัฒนาและความมั่งคั่งร่วมกัน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้กล่าวถ้อยแถลงว่า ไทยมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร เป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้สตรียังคงเผชิญกับข้อท้าทายด้านภาระงานการดูแลครอบครัวที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน เน้นการเข้าถึงบริการภาครัฐด้านดิจิทัล เศรษฐกิจการดูแล (Care Economy) ความมั่นคงทางการเงิน และการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ เพื่อให้สตรีมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งได้เน้นย้ำและแสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพสตรีว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนในสตรี เป็นการสร้างโอกาส และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระบบเศรษฐกิจ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันรับรองแถลงการณ์ประธานเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจําปี 2569 (แถลงการณ์ประธานเอเปคฯ) ด้วยแล้ว (2026 APEC Women and the Economy Forum Chair’s Statement)
นอกจากนี้ พม. ได้รายงานผลการประชุมหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านการเพิ่มการมีส่วนร่วมของสตรีในระบบเศรษฐกิจ (Policy Partnership on Women and the Economy: PPWE) ระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2569 โดยที่ประชุมดังกล่าวได้หารือเกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในเศรษฐกิจดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านสีเขียวและการเป็นผู้ประกอบการ และเห็นว่าอุปสรรคเชิงโครงสร้างยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของสตรีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งนางจาง เจี้ยนหมิน ประธานร่วม PPWE ได้กล่าวเน้นย้ำว่า สตรีเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกและควรได้รับการส่งเสริมบทบาทในฐานะผู้นำและผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในบริบทของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ระบบอัจฉริยะ และเศรษฐกิจสีเขียว ส่วนผู้แทนไทยได้ร่วมอภิปรายในหัวข้อต่าง ๆ เช่น หัวข้อการส่งเสริมผู้ประกอบการและการจ้างงาน โดยปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้นำเสนอแนวทางของประเทศไทย ในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและวิสาหกิจชุมชนผ่านกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งปี 2562-2568 กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีได้สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สมาชิก จำนวน 41,179 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 7,249 ล้านบาท และสามารถพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นผู้ผลิตและผู้ประกอบการ (One Tambon One Product: OTOP) จำนวน 20,263 โครงการ
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 7 กรกฎาคม 2569
g8














