ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ศ. ....

Category: มติ ครม.
Published on Wednesday, 08 July 2026 05:02
Hits: 333

 

ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ศ. ....

 

Gov 2

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอและให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน โดยให้รับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปประกอบการพิจารณาด้วยแล้วดำเนินการต่อไปได้

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (3 กันยายน 2567) รับทราบมาตรการแก้ไขปัญหาสินค้านำเข้าไม่มีคุณภาพมาตรฐานและธุรกิจจากต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย 63 แผนปฏิบัติการภายใต้ 5 มาตรการหลัก ได้แก่ (1) ให้หน่วยงานรัฐบังคับใช้ระเบียบ/กฎหมายอย่างเข้มข้น (2) ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบให้สอดคล้องกับการค้าอนาคต (3) มาตรการด้านภาษี (4) มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ไทย และ (5) สร้าง/ ต่อยอดความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าเพิ่มขึ้นและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวตามหน้าที่และอำนาจ ต่อมานายกรัฐมนตรีในขณะนั้นจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาสินค้านำเข้าไม่มีคุณภาพมาตรฐานและธุรกิจจากต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลเป็นรูปธรรม

          2. ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้มีการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ สรุปได้ ดังนี้

 

ด้านสินค้า

1. การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและการดำเนินคดี

         1.1 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 - สิงหาคม 2568 กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้นำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท มูลค่าประมาณ 2,175 ล้านบาท

         1.2 ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 เป็นต้นมา หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้า อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รวมทั้งกรมศุลกากร ซึ่งกำกับดูแลสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและฝ่าฝืนกฎหมายแล้ว จำนวน 81,719 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 3,541.89 ล้านบาท

2. การกำหนดมาตรการเสริมจากการบังคับใช้กฎหมาย โดยสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการกำกับดูแลสินค้าที่วางจำหน่ายบนช่องทางออนไลน์ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

         สมอ. และ อย. ได้ร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ ดำเนินมาตรการ Notice & Takedown โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 - สิงหาคม 2568 ตรวจสอบโฆษณาและสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ จำนวนทั้งสิ้น 54,868 รายการ พบกรณีเข้าข่ายกระทำผิดและแจ้งเตือนไปยังแพลตฟอร์ม (Notice) จำนวน 18,904 รายการ และแพลตฟอร์มได้ดำเนินการถอดสินค้าดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์ม (Takedown) จำนวน 17,177 รายการ

ด้านธุรกิจอำพรางของตนต่างด้าว (นอมินี)

1. ได้จัดประเภทธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นนอมินีของคนต่างด้าว เป็น 6 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ (1) ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง (2) ธุรกิจค้าที่ดินอสังหาริมทรัพย์ (3) ธุรกิจ e-Commerce ขนส่งและคลังสินค้า (4) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร (5) ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ท และ (6) ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป ผลการดำเนินการในช่วงตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 - สิงหาคม 2568 หน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิด จำนวน 873 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 15,587 ล้านบาท

2. พณ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

         2.1 พณ. และกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานความร่วมมือในการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายระดับจังหวัดในพื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน ตำรวจภูธรจังหวัดเป็นรองประธาน ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เป็นคณะทำงานและเลขานุการฯ

         2.2 พณ. โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จัดส่งข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว .. 2542 ให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก. ปอศ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และสำนักงานประกันสังคม รวมจำนวน 6,918 ราย ตลอดจนลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 10 เมษายน 2569 จำนวน 26 พื้นที่ รวม 9 จังหวัด

         2.3 พณ. โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จำนวน 5 ฉบับ และออกประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จำนวน 2 ฉบับ เพื่อป้องกันการจดทะเบียนนิติบุคคลในลักษณะนอมินี เช่น การกำหนดให้ธุรกิจกลุ่มเสี่ยงต้องส่งรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ของผู้ถือหุ้นคนไทย เพื่อยืนยันการลงทุนจริง รวมทั้งการกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียน ต้องยืนยันว่าผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนร่วมลงทุนจริง มีการชำระค่าลงทุนจริง ไม่ได้ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการทำธุรกิจโดยอาศัยคนไทยเป็นตัวแทนอำพราง เป็นต้น

         2.4 พณ. โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานพันธมิตรอีก 22 หน่วยงาน ได้ร่วมลงนามใน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกลไกการทำงานร่วมกันในการเฝ้าระวัง ป้องกันและปราบปรามตลอดจนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย บูรณาการข้อมูลและทรัพยากรระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินการถือครองที่ดินและทรัพย์สิน การดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และการค้า ทั้งนี้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย และปกป้องผลประโยชน์ของสิทธิผู้ประกอบการไทย

 

          3. ต่อมาคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อ 1. พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากนายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง

          4. เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 384/2568เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2568 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นรองประธาน หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และมีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการฯ และคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ศ. .... เนื่องจากเห็นว่า การดำเนินการของคณะกรรมการชุดที่ผ่านมา เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ส่งผลให้คณะกรรมการต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ดังนั้น เพื่อให้คณะกรรมการมีความต่อเนื่องในการดำเนินการ จึงเห็นควรจัดทำเป็นคณะกรรมการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

          5. ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ศ. .... ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหา สินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย (คสธก.) (มีรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นกรรมการและเลขานุการ) มีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบายแผนแม่บท มาตรการ เพื่อบริหารจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจ ต่างประเทศ ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน เพื่อบริหารจัดการปัญหาและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างความรู้และจิตสำนึกให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการเพื่อไม่กระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เสริมสร้างวินัยทางการค้าของผู้ประกอบการ ตลอดจนวางแนวทางปฏิบัติงานเพื่อการดำเนินการภายใต้ระเบียบนี้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และกำหนดให้กรมการค้าต่างประเทศและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทำหน้าที่สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการ งานวิชาการ งานการประชุม และงานเลขานุการของคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศ (เดิมเป็นคณะกรรมการตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยปรับให้เป็นคณะกรรมการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการวางระเบียบปฏิบัติให้แก่หน่วยงานของรัฐในการกำหนดนโยบายและมาตรการในการบริหารจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อันเป็นการสร้างความเป็นธรรมทางการค้า เสริมสร้างความรู้ และจิตสำนึกให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการเพื่อไม่ให้กระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายตลอดจนแก้ไขปัญหาและปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทยได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม และครบถ้วนในทุกมิติ รวมทั้งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน [กรณีปัญหาการถือครอง หรือครอบครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยตัวแทนอำพรางของคนต่างด้าว (นอมินี) ซึ่งให้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการทำธุรกรรมอำพรางแทนคนต่างด้าว และคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบแล้วเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568

          6. กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เห็นว่า ไม่ขัดข้อง/เห็นชอบในหลักการของร่างระเบียบดังกล่าว ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ตามที่เห็นสมควร โดยมีข้อสังเกตกับร่างข้อ 8 ซึ่งกำหนดให้การดำเนินการตามระเบียบนี้ไม่กระทบต่อการใช้อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นั้นอาจไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดไว้ เนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมมีหน้าที่และอำนาจในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายและภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจไว้อยู่แล้วแต่ทั้งนี้อาจกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายกำหนด โดยแนวทางดังกล่าวต้องสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจกำหนดให้คณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายมีหน้าที่และอำนาจเพิ่มเติมในการเสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบกฎหมายนั้นรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไปได้

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 7 กรกฎาคม 2569

 

 

g7

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100