การขอความเห็นชอบต่อร่างข้อตกลงขั้นตอนระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศออสเตรเลียว่าด้วยการเติมเชื้อเพลิงในอากาศ
การขอความเห็นชอบต่อร่างข้อตกลงขั้นตอนระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศออสเตรเลียว่าด้วยการเติมเชื้อเพลิงในอากาศ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหม (กห.) เสนอ ดังนี้
1.ร่างข้อตกลงขั้นตอนระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศออสเตรเลียว่าด้วยการเติมเชื้อเพลิงในอากาศ (Procedural Arrangement between the Royal Thai Air Force and the Australian Air Force Concerning Air to Air Refuelling) (ร่างข้อตกลงขั้นตอนฯ) ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ของร่างข้อตกลงขั้นตอนฯ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญ ให้ กห. พิจารณาดำเนินการได้ ตามความเหมาะสม
2.ให้ผู้บัญชาการทหารอากาศ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ร่วมลงนามในร่างข้อตกลง ขั้นตอนฯ
[จะมีการลงนามในร่างข้อตกลงขั้นตอนฯ ร่วมกับกองทัพอากาศออสเตรเลียในระหว่างวันที่ 9 - 10 กรกฎาคม 2569 ก่อนการฝึกผสมใช้กําลังทางอากาศขนาดใหญ่ 2026 (Pitch Black 2026) ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม - 12 สิงหาคม 2569]
สาระสําคัญ
1. คณะรัฐมนตรีมีมติ (4 กรกฎาคม 2560) เห็นชอบให้ กห. จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งประเทศออสเตรเลีย (บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงฯ) มีสาระสำคัญเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหารที่จะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพของ 2 ประเทศ โดยกำหนดให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลียจัดเตรียมหรืออำนวยความสะดวกในการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงร่วมกันภายใต้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย และวิธีปฏิบัติ และพันธกรณีระหว่างประเทศของตน เช่น การสนับสนุนวัสดุ อะไหล่ ชิ้นส่วนซ่อม การซ่อมบำรุง การบริการทางเทคนิคทางการทหาร การจัดให้มีการฝึกอบรมบุคลากรร่วมกัน การใช้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมทั้งกำหนดให้ผู้เข้าร่วม อาจทำข้อตกลงอนุวัติการที่เหมาะสม เพื่อให้บทบัญญัติของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ บังเกิดผล
2.คณะรัฐมนตรีมีมติ (16 มิถุนายน 2563) เห็นชอบให้ กห. จัดทำข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเกี่ยวกับการจัดให้มีการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงระหว่างกัน (Implementing Arrangement between the Ministry of Defence of the Kingdom of Thailand and the Department of Defence of Australia concerning the Provision of Mutual Logistics Support: MLSA) (ข้อตกลง MLSA) ประกอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงฯ โดยข้อตกลง MLSA มีสาระสำคัญกำหนดให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลียสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง ในการซ้อมรบ การฝึก การวางกำลัง การปฏิบัติการร่วม/ผสม และการดำเนินการในกรอบความร่วมมืออื่น ๆ ด้วยการสนับสนุนยุทธภัณฑ์ทางทหารที่มิได้ใช้เพื่อการสังหารและบริการประเภทต่าง ๆ เช่น อาหาร ที่พัก เชื้อเพลิง การใช้ยานพาหนะ โดยไม่ขัดต่อกฎหมายหรือกฎระเบียบของแต่ละฝ่าย
3. ร่างข้อตกลงขั้นตอนฯ ที่เสนอในครั้งนี้ เป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นภายใต้ข้อกำหนดในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 และข้อตกลง MLSA ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563
4. ค่าใช้จ่าย กห. (กองทัพอากาศ) จะใช้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรประจำปี โดยไม่ขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม
5. ประโยชน์และผลกระทบ (1) ส่งเสริมขีดความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกองทัพอากาศกับกองทัพอากาศออสเตรเลียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (2) สนับสนุนการเพิ่มคักยภาพของกองทัพอากาศในด้านการปฏิบัติการทางอากาศ (3) ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เป็นรูปธรรมระหว่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย
6. กห. ได้ขอรับความเห็นเกี่ยวกับร่างข้อตกลงขั้นตอนฯ จากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) แล้ว โดยมีความเห็น ดังนี้
6.1 กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ (กต.) ไม่มีข้อขัดข้องต่อสารัตถะและถ้อยคำโดยรวมของร่างข้อตกลงขั้นตอนฯ
6.2 กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ (กต.) และ สคก. มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ร่างข้อตกลงขั้นตอนฯ จัดทำขึ้นระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศออสเตรเลีย มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดขั้นตอนสำหรับการให้การสนับสนุนและการส่งเสริมความสามารถในการเติมเชื้อเพลิงในอากาศระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่าย อันเป็นการดำเนินการบนพื้นฐานของบันทึกความเข้าใจฯ และข้อตกลง MLSA โดยมิได้มีการใช้ถ้อยคำที่มุ่งหมายให้เกิดผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประกอบกับในร่างข้อตกลงขั้นตอนฯ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงขั้นตอนฉบับนี้ไม่ได้มุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายหรือพันธะทางสัญญาภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หรือกฎหมายภายในประเทศ ดังนั้น จึงไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 7 กรกฎาคม 2569
g16














