ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560)
ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560)

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560) ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้งให้กระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการกำหนดชื่อร่างประกาศเป็น “ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....” รวมทั้งความเห็นของกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
สาระสำคัญของร่างประกาศ
1. มท. เสนอว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้รายงานว่า สถานการณ์การพัฒนาประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีศักยภาพและบทบาทที่สำคัญของประเทศโดยอยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง - ตะวันตก ที่มุ่งเน้นเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูป มูลค่าสูงและอุตสาหกรรมสินค้าไฮเทค รวมทั้งมีพื้นที่เชื่อมโยงกับภาคมหานคร ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงเป็นพื้นที่ฐานเศรษฐกิจหลักและศูนย์กลางโลจิสติกส์โดยส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การบริการและการขนส่ง ซึ่งข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินของกฎกระทรวงฯ ไม่สามารถรองรับการพัฒนาและการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจ จึงได้ขอแก้ไขกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560 เฉพาะบริเวณหรือเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใด ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการผังเมือง ครั้งที่ 8/2568 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงดังกล่าวและได้นำประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมไปปิดประกาศเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียแสดงข้อคิดเห็นซึ่งเมื่อครบกำหนดปิดประกาศปรากฏว่าไม่มีผู้มีส่วนได้เสียยื่นข้อคิดเห็นและคณะกรรมการผังเมืองได้ประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 รับทราบผลการปิดประกาศดังกล่าว
2. การแก้ไขผังเมืองรวมนี้ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยได้ดำเนินการให้สอดคล้องตามกรอบนโยบายของผังนโยบายระดับประเทศ (คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ในปัจจุบันนี้อยู่ในขั้นตอนการยกร่างกฎหมาย) รวมทั้งกรอบนโยบายของผังนโยบายระดับภาคและผังนโยบายระดับจังหวัดและได้มีการวางและจัดทำผังตามกรอบนโยบายของผังนโยบายระดับประเทศควบคู่กันไป ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยากำหนดให้อยู่ในส่วนของผังนโยบายระดับภาคกลาง ซึ่งสรุปความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันตามกรอบนโยบายของผังดังกล่าวได้ดังนี้
2.1 กรอบนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคกลาง ภาคกลางเป็นพื้นที่ฐานเศรษฐกิจ นวัตกรรม การท่องเที่ยว และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง มุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตสินค้าและบริการมูลค่าสูงด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว มีบทบาทของการเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร คุณภาพสูงที่สำคัญของประเทศทั้งด้านการเพาะปลูกพืชเกษตร GI การวิจัยและพัฒนา ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ ประกอบกับสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมและมีระบบชลประทานครอบคลุม รวมถึงการทำปศุสัตว์และประมงเพื่อการส่งออก และมีบทบาท ด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ และเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ
2.2 นโยบายการพัฒนาประเทศ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มีวัตถุประสงค์มุ่งสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่า อย่างยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายการพัฒนา 5 เป้าหมาย ได้แก่ การปรับโครงสร้างภาคการผลิตและบริการสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม การเปลี่ยนผ่านการผลิตและบริโภคไปสู่ความยั่งยืน การเสริมสร้างความสามารถของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงภายใต้บริบทโลกใหม่และโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (BCG) โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและบทบาทความสำคัญของประเทศ และอยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง - ตะวันตก ที่มุ่งเน้นการเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง และอุตสาหกรรมสินค้าไฮเทคภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและกรอบการพัฒนาระดับชาติและระดับภาค รวมถึงความได้เปรียบด้านที่ตั้งที่เชื่อมโยงกับภาคมหานคร ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงเป็นพื้นที่ฐานเศรษฐกิจหลักและศูนย์กลางโลจิสติกส์โดยส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การบริการ และการขนส่ง
2.3 กรณีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่เนื่องจากการแก้ไขผังเมืองรวมนี้เป็นการแก้ไขผังเมืองรวมเฉพาะบริเวณหรือเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใด จึงได้ดำเนินการรับฟังข้อคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย โดยการปิดประกาศประเด็นที่จะแก้ไขผังเมืองรวมตามที่คณะกรรมการผังเมืองให้ความเห็นชอบ เป็นระยะเวลาสามสิบวัน ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ซึ่งเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการปิดประกาศ ปรากฏว่าไม่มีผู้มีส่วนได้เสียมายื่นข้อคิดเห็น
3. มท. โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ฉบับที่) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560) ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในมาตรา 32 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ที่บัญญัติว่า “เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 29 แล้ว ไม่มีผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดยื่นคำร้องตามมาตรา 30 หรือมีแต่คณะกรรมการผังเมืองสั่งยกคำร้องดังกล่าวหรือเมื่อกรมโยธาธิการและผังเมืองไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณีดำเนินการเพื่อออกประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น แล้วแต่กรณี โดยไม่ชักช้าในการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองนำประกาศกระทรวงมหาดไทยเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยตรงเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน” ทั้งนี้ ในกระบวนการวางและจัดทำผังเมืองรวมก่อนที่จะได้จัดทำเป็นร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผังเมือง ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว
4. ร่างประกาศดังกล่าวเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2560 โดยแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) มีรายละเอียด สรุปได้ ดังนี้
4.1 การยกเว้นไม่จำกัดความสูงของอาคารในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศาสนา การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ไซโล โกดัง คลังสินค้า โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน โครงสร้างสาธารณูปโภค หรือหอถังส่งน้ำ ในที่ดินบริเวณหมายเลข 3.1 ถึงหมายเลข 3.11 หมายเลข 3.13 หมายเลข 3.14 หมายเลข 3.17 หมายเลข 3.18 และหมายเลข 3.21 ถึงหมายเลข 3.25
4.2 กำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อดำเนินการหรือประกอบกิจการ ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 23 เมตร ในที่ดินบริเวณหมายเลข 3.5 หมายเลข 3.10 หมายเลข 3.14 หมายเลข 3.23 หมายเลข 3.24 และหมายเลข 3.25
4.3 กำหนดให้ที่ดินในบริเวณหมายเลข 3.23 หมายเลข 3.24 และหมายเลข 3.25 สามารถประกอบพาณิชยกรรมได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่พิเศษโดยมีเงื่อนไขให้ตั้งอยู่ริมถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร
4.4 กำหนดให้ที่ดินในบริเวณหมายเลข 3.23 ถึงหมายเลข 3.26 สามารถประกอบกิจการอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวมได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 7 กรกฎาคม 2569
g4














