ขอความเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งมาเลเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร
ขอความเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งมาเลเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ ดังนี้
1.เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย (ไทย) และรัฐบาลแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย (มาเลเซีย) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (ร่างบันทึกความเข้าใจฯ) ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขร่างบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าวในประเด็นที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ขอให้ กษ. พิจารณาดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก
2.อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ
สาระสำคัญ
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปยังมาเลเซีย เพื่อหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ในการนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9 - 10 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศบนพื้นฐานของการตอบแทนและผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีสาระสําคัญสรุปได้ ดังนี้
1) ขอบเขตความร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือทางเทคนิคในด้านต่าง ๆ ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบายของแต่ละประเทศที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ จํานวน 13 ด้าน ดังนี้ (1) พืชผลทางการเกษตร (2) การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) (3) ปศุสัตว์ (4) การชลประทานและการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร (5) การใช้ที่ดินและการจัดการดิน (6) การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อลดการสูญเสียและขยะอาหาร (7) การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (8) เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร (9) การแปรรูปสินค้าเกษตรและธุรกิจการเกษตร (10) การอำนวยความสะดวกและการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร (11) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช รวมถึงความปลอดภัยทางชีวภาพ การจัดการสุขภาพสัตว์และพืช การตรวจสอบ และการกักกันโรค (12) การอารักขาพืชและการจัดการสารกำจัดศัตรูพืช และ (13) สาขาความร่วมมืออื่น ๆ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของร่างบันทึกความเข้าใจฯ และที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง
2) ร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นระยะเวลา 5 ปี และต่ออายุโดยอัตโนมัติ ครั้งละ 5 ปี ซึ่งแต่ละฝ่ายสามารถยกเลิกได้โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางการทูตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน เมื่อร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีผลใช้บังคับ จะยกเลิกความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซียเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเกษตร (ความตกลงฯ) ที่ลงนามเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2522 และใช้ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับนี้แทน ทั้งนี้ การสิ้นสุดของร่างบันทึกความเข้าใจฯ จะไม่กระทบต่อกิจกรรมหรือโครงการที่ได้เริ่มดำเนินการ หรือกำหนดไว้ก่อน เว้นแต่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงเป็นอย่างอื่น
2. กษ. ได้มีหนังสือสอบถามความเห็นต่อร่างบันทึกความเข้าใจฯ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) โดย สคก.ได้ตอบความเห็นมายัง กษ. ว่า ร่างบันทึกความเข้าใจ มีสาระสำคัญเป็นการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศ บนพื้นฐานของหลักการต่างตอบแทนและผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมิได้มีการใช้ถ้อยคำที่มุ่งหมายให้เกิดผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประกอบกับ ความในย่อหน้า 11 ของร่างบันทึกความเข้าใจฯ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับนี้ เป็นเพียงการบันทึกเจตนารมณ์ของผู้เข้าร่วมและไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้กฎหมายภายในประเทศหรือกฎหมายระหว่างประเทศ กรณีจึงไม่เข้าลักษณะ เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
3. ร่างบันทึกความเข้าใจฯ จะเป็นกรอบความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและมาเลเซียในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมถึงการหารือประเด็นด้านการเกษตรที่ทั้งสองฝ่าย ให้ความสำคัญร่วมกัน เพื่อนําไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาภาคการเกษตรของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 7 กรกฎาคม 2569
g18














