พาณิชย์ ร่วมฉลองวันดื่มนมโลก 1 มิ.ย. ขึ้นทะเบียน'นมวาริช'เป็นสินค้า GI ใหม่
พาณิชย์ ร่วมฉลองวันดื่มนมโลก 1 มิ.ย. ขึ้นทะเบียน'นมวาริช'เป็นสินค้า GI ใหม่
กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมฉลองวันดื่มนมโลก 1 มิ.ย. ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ 'นมวาริช'ของดีจาก อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร เผยเป็นน้ำนมโคที่มีสีขาวนวล เนื้อสัมผัสเข้มข้น รสชาติหวานละมุน และมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ มั่นใจช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกร
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ คือ นมวาริช จากอำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร และถือเป็นสินค้านมรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI และยังตรงกับวันดื่มนมโลก (World Milk Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มิ.ย. ของทุกปี จึงถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันดื่มนมโลก และช่วยให้สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด ที่มีสมาชิกเกษตรกร 86 ราย มีปริมาณการผลิตสูงถึง 16,869,871 กล่องต่อปี จำหน่ายในราคากล่องละ 8 บาท (250 มล.) มีรายได้เพิ่มขึ้นจากมูลค่าทางการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี
สำหรับ นมวาริช เป็นผลผลิตจากโครงการพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรในสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด มาอย่างต่อเนื่อง ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระราชทานการสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุน อุปกรณ์ เทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาบุคลากร และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปน้ำนมดิบ ตลอดจนขยายการผลิตเป็นนมพาสเจอไรซ์ นมยูเอชที และอาหารสัตว์ได้อย่างครบวงจร
โดยนมวาริช ยังเป็นน้ำนมโคแท้ 100% จากแม่โคลูกผสมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ผลิตในพื้นที่ราบเชิงเขาและหุบเขาของเทือกเขาภูพาน ซึ่งมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์จากเขื่อนน้ำอูนและอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหยาด และมีอากาศเย็นสบาย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงเอื้อต่อการทำเกษตรและสามารถปลูกพืชอาหารสัตว์ได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้น้ำนมโคที่ได้มีสีขาวนวล เนื้อสัมผัสเข้มข้น รสชาติหวานละมุน และมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ
ทั้งนี้ พื้นที่การเลี้ยงโคนมและโรงงานแปรรูปของสหกรณ์ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agritourism) เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตนมสดแท้แบบครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
“เนื่องในวันดื่มนมโลกประจำปี 2569 ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้บริโภคนม GI ไทยคุณภาพ โดยนมวาริช สะท้อนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และคุณค่าจากแหล่งผลิตท้องถิ่นของจังหวัดสกลนคร นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรและเศรษฐกิจชุมชนไทย พร้อมกันนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการของนมโค รวมถึงบทบาทของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ”นางอรมนกล่าว
ปัจจุบันกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เดินหน้าภารกิจส่งเสริมและคุ้มครองสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้า การปกป้องสิทธิ์ของชุมชน และการขยายโอกาสสินค้า GI ไทยสู่ตลาดโลก เพื่อให้สินค้า GI ไทยได้รับการยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับนานาชาติ ตามแนวนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยประชาชน ผู้ประกอบการ หรือเกษตรกร หากต้องการขอรับคำปรึกษาด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โทรสายด่วน 1368 เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Facebook: GI Thailand
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนคนไทยดื่ม'นมวาริช'ฉลองวันดื่มนมโลก (1 มิ.ย.) ชูคุณภาพนม GI น้องใหม่จากจังหวัดสกลนคร สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี
เนื่องใน'วันดื่มนมโลก'(World Milk Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ขอร่วมส่งเสริมการบริโภคนมและสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทยประกาศขึ้นทะเบียน'นมวาริช'จากอำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ของไทย และเป็น GI สินค้านมรายการแรก สะท้อนศักยภาพของนมโคคุณภาพจากแหล่งผลิตท้องถิ่น ช่วยยกระดับสินค้าชุมชนและเพิ่มมูลค่าทางการตลาด พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมดื่มนมไทยคุณภาพดี ฉลองวันดื่มนมโลก เพื่อสุขภาพที่ดี ร่วมสนับสนุนเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปพร้อมกัน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นและการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ตามแนวนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) โดยมุ่งผลักดันให้กลไกการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นมากกว่าเครื่องหมายรับรองคุณภาพและแหล่งกำเนิดสินค้า
แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่า สร้างจุดขาย และเสริมศักยภาพสินค้าชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างแบรนด์ นวัตกรรม และการเชื่อมโยงแหล่งผลิตสู่เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเกษตรกรรม
ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศขึ้นทะเบียน'นมวาริช'เป็น GI ของจังหวัดสกลนคร สินค้าดังกล่าวถือเป็นผลผลิตจากโครงการพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรในสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด มาอย่างต่อเนื่อง ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระราชทานการสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุน อุปกรณ์ เทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาบุคลากร และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปน้ำนมดิบ ตลอดจนขยายการผลิตเป็นนมพาสเจอไรซ์ นมยูเอชที และอาหารสัตว์ได้อย่างครบวงจร
นางอรมน กล่าวว่า นมวาริช เป็นน้ำนมโคแท้ 100% จากแม่โคลูกผสมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ผลิตในพื้นที่ราบเชิงเขาและหุบเขาของเทือกเขาภูพาน ซึ่งมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์จากเขื่อนน้ำอูนและอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหยาด และมีอากาศเย็นสบาย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงเอื้อต่อการทำเกษตรและสามารถปลูกพืชอาหารสัตว์ได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้น้ำนมโคที่ได้มีสีขาวนวล เนื้อสัมผัสเข้มข้น รสชาติหวานละมุน และมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ
โดยปัจจุบัน สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด มีสมาชิกเกษตรกร 86 ราย มีปริมาณการผลิตสูงถึง 16,869,871 กล่องต่อปี โดยจำหน่ายในราคากล่องละ 8 บาท (250 มล.) สร้างมูลค่าทางการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ พื้นที่การเลี้ยงโคนมและโรงงานแปรรูปของสหกรณ์ฯ ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agritourism) เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตนมสดแท้แบบครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มว่า เนื่องในวันดื่มนมโลกประจำปี 2569 ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้บริโภคนม GI ไทยคุณภาพ'นมวาริช'ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และคุณค่าจากแหล่งผลิตท้องถิ่นของจังหวัดสกลนคร โดยนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรและเศรษฐกิจชุมชนไทยอีกด้วย พร้อมกันนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการของนมโค รวมถึงบทบาทของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ
นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นเดินหน้าภารกิจส่งเสริมและคุ้มครองสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้า การปกป้องสิทธิของชุมชน และและการขยายโอกาสสินค้า GI ไทยสู่ตลาดโลก เพื่อให้สินค้า GI ไทยได้รับการยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ หากประชาชน ผู้ประกอบการ หรือเกษตรกร ต้องการขอรับคำปรึกษาด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โทรสายด่วน 1368 เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Facebook: GI Thailand














