ผู้เลี้ยงกุ้งไทย...เราไม่ได้มาประท้วง แต่เป็นการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน!! วิกฤตซ้อนวิกฤต
ผู้เลี้ยงกุ้งไทย...เราไม่ได้มาประท้วง แต่เป็นการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน!! วิกฤตซ้อนวิกฤต
สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย พร้อมตัวแทนเกษตรกรจากกว่า 20 จังหวัด เข้ายื่นหนังสือต่อกรมประมง ณ กรมประมง เพื่อขอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำและผลกระทบที่กำลังสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งระบบ
**3 ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดวิกฤต**
1. สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งสูงขึ้น
2. ราคากุ้งตกต่ำตามฤดูกาลในช่วงไตรมาส 2 ของทุกปี 3. ปัญหาการค้าชายแดน โดยเฉพาะมาตรการนำเข้าสินค้าประมงของมาเลเซียและข้อจำกัดด้านด่านการค้าชายแดน
**สถานการณ์ปัจจุบัน**
- ราคากุ้งหน้าฟาร์มต่ำกว่าต้นทุนการผลิตประมาณ 10-20%
- เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งคาดว่าปี 2569 จะขาดทุนรวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
- หลายฟาร์มเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องและมีความเสี่ยงต้องหยุดการผลิต
**ข้อเรียกร้องสำคัญต่อภาครัฐ**
- เร่งประชุมคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งเพื่อความยั่งยืน หรือ'บอร์ดกุ้ง'
- จัดโครงการกระตุ้นการบริโภคกุ้งภายในประเทศ โดยดึงผลผลิตออกจากตลาดไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายใน 3 เดือน
- สนับสนุนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราประมาณ 20 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อพยุงรายได้ในช่วงวิกฤต
**มุมมองของเกษตรกร**
เกษตรกรมองว่า ปัญหาหลักไม่ใช่ปริมาณผลผลิตกุ้ง แต่เป็นการบริหารจัดการตลาดที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ โดยผลผลิตส่วนที่ต้องบริหารจัดการมีเพียงประมาณ 50,000 ตัน แต่กลับส่งผลกระทบต่อราคากุ้งทั้งระบบ ทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
**ข้อกังวลเพิ่มเติม**
เกษตรกรตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่ผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากขาดทุน ผู้ประกอบการบางส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยังคงมีกำไร จึงเสนอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแบ่งเบาภาระและช่วยรักษาฐานการผลิตกุ้งของประเทศ
**ข้อสรุป**
เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งยืนยันว่า การรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่การประท้วง แต่เป็นการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่เกษตรกรจำนวนมากจะต้องเลิกอาชีพ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพนับล้านคนทั่วประเทศ













