OIC Meets CEO 2026 ประชุมมีมติลดข้อร้องเรียนประกันลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในปี69 ผ่านติดตาม Market Conduct -บริการ SLAและRating Score

Category: ประกัน
Published on Friday, 29 May 2026 01:06
Hits: 518

OIC MeetsCEO

OIC Meets CEO 2026 ประชุมมีมติลดข้อร้องเรียนประกันลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในปี69 ผ่านติดตาม Market Conduct -บริการ SLAและRating Score
        คปภ.จัดประชุม OIC Meets CEO 2026 ครั้งที่ 2/2569 ร่วมหารือผู้บริหารภาคธุรกิจประกันภัย ยกระดับความเชื่อมั่นระบบประกันภัยไทย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย 'OIC Meets CEO 2026'ครั้งที่ 2/2569

       โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย และสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย และผู้บริหารสำนักงาน คปภ.ณ สโมสรทหารบก เพื่อหารือแนวทางยกระดับเสถียรภาพ ความเชื่อมั่น และการกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เท่าทันความเสี่ยง บริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
       สำหรับ การประชุมประจำปี 2569 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีหารือเชิงนโยบายระหว่างสำนักงาน คปภ. กับผู้บริหารระดับสูงของภาคธุรกิจประกันภัย ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส ทันสมัย และสามารถรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนพัฒนาการประกันภัยฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) ที่มุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยให้เป็น 'โครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงของประเทศ' โดยในการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือในวาระสำคัญ 4 หมวดหลัก ประกอบด้วย
      1. สร้างระบบประกันภัยที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่ง ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงและพร้อมรับอนาคต โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางการยกระดับการกำกับดูแล เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและความเสี่ยงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านมหันตภัย (Catastrophe Risk) และการกำกับดูแลเงินกองทุนของกลุ่มธุรกิจประกันภัย (Group Capital) รวมถึงการศึกษามาตรฐานสากล การรวบรวมข้อมูลจากภาคธุรกิจ และการจัดทำ Market Test เพื่อให้หลักเกณฑ์ใหม่สามารถสะท้อนฐานะความมั่นคงและระดับความเสี่ยงของบริษัทประกันภัยได้อย่างเหมาะสม
       ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยไทยในระยะยาว โดยจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หลักเกณฑ์ดังกล่าวสามารถสะท้อนบริบทและข้อเท็จจริงของภาคธุรกิจได้อย่างเหมาะสม พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการกำกับดูแลเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบประกันภัย และการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกันภัยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน แม้อยู่ภายใต้บริบทความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
        2. การยกระดับความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมประกันภัย โดยเป็นการหารือถึงมาตรการลดข้อพิพาทและข้อร้องเรียน ด้านประกันภัยลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ภายในปี 2569 ผ่านการยกระดับมาตรฐานการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน การติดตามมาตรฐานการให้บริการ (Service Level Agreement : SLA) และการใช้ระบบ Dashboard และ Rating Score เพื่อวิเคราะห์และติดตามข้อมูลข้อร้องเรียนของบริษัทประกันภัยอย่างเป็นระบบ รวมถึงการตรวจสอบด้านพฤติกรรมทางการตลาด (Market Conduct) ของธุรกิจประกันภัยในส่วนภูมิภาค เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการประกันภัยทั่วประเทศ
        นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยเฉพาะในกลุ่มนิติบุคคลและอาคารชุด พร้อมกำหนดมาตรการเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนคงค้าง การใช้ราคากลางหรือค่าความเสียหายกลางที่ได้รับการรับรองเป็นมาตรฐาน รวมถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น (Interim Payment) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็ว
       พร้อมกันนี้ ได้หารือแนวทางจัดทำแผนบริหารจัดการเพื่อรองรับเหตุภัยพิบัติและภัยขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรมประกันภัย (Disaster Playbook) เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระยะก่อนเกิดเหตุ ระยะขณะเกิดเหตุ และระยะหลังเกิดเหตุ โดยให้มีระบบการสั่งการ ประสานงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล และการสื่อสารในภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ
       นอกจากนี้ ยังได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อภาคธุรกิจประกันภัยไทย โดยผลักดันภาคธุรกิจประกันภัยพิจารณานำความเสี่ยงและผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรอบบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (ERM) และรายงานการประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงิน (ORSA) ให้กับสำนักงาน คปภ. รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพกลไกการทำงานของระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลระบบ CMIS การขับเคลื่อนนโยบายการใช้กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) และการใช้ข้อมูลสนับสนุนมาตรการความปลอดภัยทางถนน
        3. การยกระดับแนวทางกำกับดูแลคนกลางประกันภัย ที่ประชุมได้หารือแนวทางการเตรียมความพร้อมการจัดให้มีช่องทางรับชำระเบี้ยประกันภัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) การจัดทำสัญญาแต่งตั้งคนกลางประกันภัย การพัฒนากฎหมายและหลักเกณฑ์กำกับดูแลคนกลางประกันภัยให้มีความทันสมัย โปร่งใส และสอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจ ในปัจจุบัน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานช่องทางการให้บริการลูกค้า เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย และลดความเสี่ยงจากการดำเนินงานของคนกลางประกันภัย
       4. ระบบนิเวศข้อมูลประกันภัยที่เชื่อมโยงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบและมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการนำส่งและการปรับปรุงคุณภาพข้อมูลด้านการประกันภัยของระบบ Insurance Bureau System (IBS) รวมถึงความคืบหน้าการพัฒนาการให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในภาคประกันภัย (Open Insurance) เพื่อยกระดับการใช้ข้อมูลประกันภัยให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน
       นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ.ยังได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมและโครงการของภาคธุรกิจประกันภัยผ่านความร่วมมือของ 4 สมาคมหลัก ได้แก่ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ในการร่วมขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2569-2573) เพื่อผลักดันมาตรการและกิจกรรมสำคัญให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
       สำนักงาน คปภ.มีแผนจัดการประชุม 'OIC Meets CEO 2026'ครั้งต่อไป เพื่อร่วมติดตามความคืบหน้าของมาตรการที่ได้หารือไว้ ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความเสี่ยงใหม่และทิศทางการกำกับดูแลที่สำคัญในอนาคต โดยสำนักงาน คปภ.และภาคธุรกิจประกันภัยจะยังคงทำงานแบบบูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2569-2573) เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และสามารถรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
      โดยจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจประกันภัยไปใช้ประกอบการกำหนดทิศทางการกำกับดูแลและผลักดันมาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามผลการดำเนินงาน ในประเด็นที่ได้หารือร่วมกันจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยและตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนและผู้เอาประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

Click Donate Support Web 

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100