สศก.วิเคราะห์โอกาส'กล้วยหอมทองโคราช' สินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดส่งออก ชูโมเดลความสำเร็จ ใช้นวัตกรรม Micro–Nano Bubbles

Category: เกษตร
Published on Saturday, 17 January 2026 08:18
Hits: 1848

กล้วยหอมทองสศก.วิเคราะห์โอกาส'กล้วยหอมทองโคราช' สินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดส่งออก ชูโมเดลความสำเร็จ ใช้นวัตกรรม Micro–Nano Bubbles พร้อมแนะบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่
       นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการวิเคราะห์ศักยภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 (สศท.5) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด'กล้วยหอมทอง'ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะการเจาะตลาดประเทศญี่ปุ่น
       จากการติดตามของ สศท.5 พบว่า ในปี 2568 จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองรวมทั้งสิ้น 10,822 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 97.48 หรือจำนวน 10,549 ไร่ กระจุกตัวอยู่ใน อำเภอเสิงสาง ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตหลัก ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่ได้รวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็งจำนวน 5 กลุ่ม มีสมาชิกรวม 187 ราย
      ความสำเร็จสำคัญอยู่ที่การสร้างความเชื่อมั่นผ่านการทำบันทึกข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้า (MOU) กับผู้ประกอบการเพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับคุณภาพสินค้าด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรม 'ไมโคร–นาโนบับเบิลส์' (Micro–Nano Bubbles) ในกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วยยืดอายุความสดและรักษาคุณภาพผลผลิตระหว่างการขนส่ง ลดการสูญเสีย และตอบโจทย์มาตรฐานที่เข้มงวดของตลาดปลายทาง
      ในมิติด้านเศรษฐศาสตร์และความคุ้มค่า ผลการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนปี 2567 ระบุว่า เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 34,919 บาทต่อไร่ (คิดเป็นต้นทุนต่อกิโลกรัมประมาณ 5.92 บาท) ขณะที่สามารถสร้างรายได้รวมเฉลี่ย 102,553 บาทต่อไร่ ส่งผลให้เกษตรกรมี ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) เฉลี่ยสูงถึง 67,634 บาทต่อไร่ หรือประมาณ 11.47 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรที่มีการบริหารจัดการแบบ สวนขนาดใหญ่ (21 ไร่ขึ้นไป) ซึ่งจะมีความได้เปรียบในการบริหารต้นทุนและอำนาจต่อรองที่สูงกว่า
       สำหรับ สถานการณ์ราคาที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยอยู่ที่ 17.39 บาทต่อกิโลกรัม โดยแบ่งเกณฑ์ราคาตามคุณภาพ ดังนี้ กล้วยหอมทองเกรด A (มาตรฐานส่งออก): ราคาเฉลี่ย 18–20 บาทต่อกิโลกรัม (ช่วงเทศกาลตรุษจีนราคาสูงถึง 30–35 บาทต่อกิโลกรัม) ผลผลิตตกเกรด ราคาเฉลี่ย 8–10 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เค้กกล้วยหอม เพื่อเพิ่มมูลค่า
      อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเติบโตของกล้วยหอมทองโคราชเป็นไปอย่างยั่งยืน เลขาธิการ สศก. ได้เน้นย้ำประเด็น 'การบริหารความเสี่ยง' ที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสำคัญ ได้แก่ 1.ด้านการผลิต ควรส่งเสริมการตรวจวิเคราะห์สภาพดิน เพื่อการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุน พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรับมือภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะ วาตภัย (ลมพายุ) ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักในพื้นที่2.ด้านการตลาดภาครัฐและเอกชนควรผนึกกำลังขยายช่องทางจำหน่าย ผลผลิตตกเกรด เพื่อลดของเสีย (Waste) และส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้ การตลาดออนไลน์เพื่อกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคโดยตรง
      “การวิเคราะห์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า กล้วยหอมทองไม่ใช่เพียงแค่พืชทางเลือก แต่เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ขับเคลื่อนด้วยการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง การใช้นวัตกรรม และการวางแผนตลาดที่แม่นยำ ซึ่งจะเป็นโมเดลสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของเกษตรกรไทย” เลขาธิการ สศก. กล่าวทิ้งท้าย
      ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจข้อมูลเชิงลึกด้านการผลิตและการตลาดกล้วยหอมทอง จังหวัดนครราชสีมา สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.5 นครราชสีมา โทร 0 4446 5079 หรืออีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px