ETDA เดินหน้าปี 70 ปูทาง ‘กระเป๋าเอกสารดิจิทัล’ วางมาตรฐาน VC ให้ประชาชนใช้สิทธิได้ง่ายและปลอดภัย
ETDA เดินหน้าปี 70 ปูทาง ‘กระเป๋าเอกสารดิจิทัล’ วางมาตรฐาน VC ให้ประชาชนใช้สิทธิได้ง่ายและปลอดภัย
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลผู้ให้บริการ Digital ID และเอกสารดิจิทัลที่สามารถใช้ยืนยันตัวตนสิทธิ หรือคุณสมบัติของบุคคล ได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเอกสารสามารถจัดเก็บและแสดงผ่านระบบดิจิทัล พร้อมตรวจสอบได้ว่าเอกสารออกโดยหน่วยงานใด เป็นเอกสารจริง และไม่มีการแก้ไขข้อมูล หรือที่เรียกว่า Verifiable Credentials (VC) หรือ เอกสารรับรองดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ ในปี 2570 ETDA จะดำเนินงานตั้งแต่การขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ การจัดทำรายชื่อผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ หรือ VC Trusted List ไปจนถึงการกำหนดแนวทางประเมินและติดตามมาตรฐานการให้บริการ

นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการ ETDA กล่าวในงาน “16 ปี ETDA CO-CREATING A FUTURE OF DIGITAL TRUST” ว่า ก้าวต่อไปของ Digital ID ที่มากกว่าจำนวนผู้ใช้งานที่ มากขึ้น คือ การสนับสนุนให้เกิดบริการที่เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ชีวิตของประชาชนได้มากขึ้น จากที่เราคุ้นเคยกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านดิจิทัล หรือ Digital ID แล้ว ลำดับต่อไปจะเป็นการตรวจสอบว่า บุคคลนั้นมีสิทธิ คุณสมบัติ หรือสถานะอะไร เช่น จบการศึกษาจากที่ใด มีวุฒิการศึกษาอะไร มีอายุถึงเกณฑ์รับบริการบางประเภทหรือไม่ หรือมีสิทธิได้รับสวัสดิการจากภาครัฐหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบ VC ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและความถูกต้องได้
ที่ผ่านมา ETDA ได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital ID ทั้งในมิติกฎหมาย และระบบนิเวศผู้ให้บริการ พร้อมมี Roadmap และมาตรฐานทางเทคนิคที่สอดคล้องกับแนวทางสากล เพื่อให้ระบบของหน่วยงานและผู้ให้บริการต่างๆ สามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปไม่ใช่เพียงความพร้อมด้านเทคโนโลยี แต่คือการทำให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในระดับที่มีความปลอดภัยมากขึ้น และขยายผลไปสู่บริการที่หลากหลายในวงกว้าง ปี 2570 ETDA จึงวางกลไกกำกับดูแลผู้ให้บริการ ทั้งการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ การจัดทำ VC Trusted List เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ รวมถึงการพัฒนาแนวทางกำกับ ประเมิน และติดตามการให้บริการ เพื่อให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การออก การแสดง ไปจนถึงการตรวจสอบเอกสารดิจิทัลมีมาตรฐานและสามารถเชื่อมโยงระหว่างระบบได้อย่างปลอดภัย

นางสาวจิตสถา กล่าวว่า การทำให้ระบบนิเวศเกิดขึ้นได้จริง ทุกฝ่ายต้องมองเห็นประโยชน์ร่วมกัน สำหรับประชาชน VC จะช่วยลดการยื่นเอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง ลดการถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญทิ้งไว้กับหลายหน่วยงาน และเปิดโอกาสให้ประชาชนจัดเก็บเอกสารดิจิทัลไว้ใน Document Wallet บนโทรศัพท์มือถือ พร้อมเลือกเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น และทำให้ประชาชนควบคุมข้อมูลของตนเองได้มากขึ้น ขณะที่ในส่วนของภาคธุรกิจ VC จะช่วยลดต้นทุนและภาระในการตรวจสอบเอกสาร ลดความเสี่ยงจากเอกสารปลอม เนื่องจากสามารถตรวจสอบได้ว่าเอกสารถูกออกโดยหน่วยงานใด มีความถูกต้องหรือไม่ และถูกเพิกถอนแล้วหรือยัง ขณะที่ภาครัฐจะสามารถยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ ลดขั้นตอนการขอเอกสารซ้ำ และตรวจสอบสิทธิหรือคุณสมบัติของประชาชนได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญในปี 2570 มุ่งนำร่องเอกสารสำคัญ ได้แก่ การใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน ตลอดจนการใช้ Digital Document Wallet ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพัฒนา VC Ecosystem จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย ETDA จะดึงพันธมิตรที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมออกแบบตั้งแต่ระยะแรก ทั้งด้านมาตรฐาน เทคนิค กลไกกำกับดูแล และรูปแบบการใช้งาน เพื่อให้แต่ละระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ ลดปัญหาการเชื่อมต่อในภายหลัง และช่วยให้การขยายผลเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น

“หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมา แต่ต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นประโยชน์และเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ให้บริการสามารถเชื่อมโยงกันภายใต้มาตรฐานและกลไกที่น่าเชื่อถือ VC ก็จะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการดิจิทัลได้ง่าย ปลอดภัย และควบคุมข้อมูลของตนเองได้จริง” นางสาวจิตสถา กล่าว
การขับเคลื่อน Digital ID ในปี 2570 จึงเป็นการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่วางไว้ ไปสู่การสร้าง VC Ecosystem ที่มีมาตรฐาน มีกลไกกำกับดูแลผู้ให้บริการ และมีการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เพื่อให้เอกสารสำคัญทั้งในภาคธุรกิจ และประชาชนสามารถนำไปใช้ในโลกดิจิทัลได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และตรวจสอบได้
9235














