ผสานพลัง ก.ล.ต. X TIA เพื่อยกระดับผู้ถือลงทุน สู่การขับเคลื่อน Value Up ตลาดทุนไทย

Category: ตลาดหลักทรัพย์
Published on Monday, 29 June 2026 09:31
Hits: 305
ก.ล.ต.xTIAผสานพลัง ก.ล.ต. X TIA เพื่อยกระดับผู้ถือลงทุน สู่การขับเคลื่อน Value Up ตลาดทุนไทย
โดย มงคล ลีลาธรรม
นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
     ในโลกของการลงทุน เรามักพูดถึงตัวเลข ดัชนี และมูลค่าตลาด... แต่สำหรับสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) มูลค่าที่แท้จริง หรือ 'Value Up' ของตลาดทุน จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดรากฐานที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล
     คณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯ ได้มีโอกาสเข้าประชุมร่วมกับท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อร่วมกันวางพิมพ์เขียวในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุนรายบุคคล อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหน้าที่ในการกำกับดูแลตลาดทุนเป็นของ ก.ล.ต. แต่กลไกที่จะช่วยสอดส่องและสะท้อนความจริงได้อย่างทั่วถึงที่สุด ก็คือ กลไกภาคประชาชน ซึ่งสมาคมฯ ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองนี้อย่างซื่อตรงมา โดยตลอดนับตั้งแต่ปี 2549 ผ่านโครงการ' การประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น' หรือ AGM Checklist
      จากการหารือร่วมกันในครั้งนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า สถิติตลอด 8 ปีที่ผ่านมา คือนับตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2569 รูปแบบการประชุมผู้ถือหุ้นเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดดจากห้องประชุมแบบเดิมเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยในปี 2569 นี้ มีบริษัทจดทะเบียนจัดประชุมในรูปแบบ e-AGM สูงถึง 57.69% และรูปแบบ Hybrid อีก 5.77% เพื่อรองรับผู้ถือหุ้นทั่วประเทศ ทั่วโลก เทคโนโลยีช่วยให้เข้าถึงง่ายขึ้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือคุณภาพและเนื้อหา สมาคมฯ จึงได้เข้าร่วม เป็นส่วนหนึ่ง ของ โครงการ 'Jump+'เพื่อสร้างทีมอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น จำนวน 100 คน ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ
     โดยอาสาพิทักษ์สิทธิ มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 54 ปี และจบการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกรวมกันกว่า 65% จากหลากหลายวิชาชีพ เข้าทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา รักษาผลประโยชน์ และตั้งคำถามเชิงลึกในห้องประชุม เพื่อสร้างสมดุลให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
      ขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ การบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันก่อนจะเกิดเหตุ สมาคมฯ และ ก.ล.ต. จึงได้ร่วมมือกันพุ่งเป้าเชิงรุกไปที่กลุ่มบริษัทที่มีสัญญาณความเสี่ยง หรือ 'Alert Stocks'เช่น บริษัทที่ขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป หรือไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลอย่างใกล้ชิดพบว่า บริษัทในกลุ่มนี้มีทุนจดทะเบียนรวมกันสูงถึง 662,521 ล้านบาท มีผลขาดทุนรวม 34,480 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นรายบุคคล ที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบมากถึง 865,417 ราย
     สมาคมฯ จึงใช้มาตรการเชิงรุกด้วยการส่งคำถามสำคัญล่วงหน้าเพื่อให้ผู้บริหารตอบในที่ประชุม AGM รวมถึงการเข้าพบกรรมการอิสระของบริษัทเหล่านั้นโดยตรง เพื่อกระตุ้นให้พวกท่านทำหน้าที่ปกป้องผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างแท้จริงและทันท่วงที
      ในส่วนของการดูแลเยียวยานั้น ปัจจุบันถือเป็นก้าวสำคัญของประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทยที่สมาคมฯ ได้เข้ามาเป็นแกนหลักในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในการฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ตั้งแต่การเปิดลงทะเบียนออนไลน์ การรวบรวมหลักฐาน จนกระทั่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มและเข้าสู่กระบวนการสืบพยาน ความสำเร็จนี้จะกลายเป็นโมเดลต้นแบบที่สำคัญมากในการป้องปราม ยกระดับมาตรฐานทางกฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุนว่าระบบตลาดทุนของไทยมีกลไกคุ้มครองที่พึ่งพาได้จริง
     การระดมความคิดร่วมกันในครั้งนี้ จึงนำไปสู่เป้าหมายสำคัญในการร่วมกันสร้าง Value Up ของ ก.ล.ต.โดยตรง เพราะความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) และสมาคมฯ ในฐานะตัวแทนเสียงของผู้ลงทุน (Investor Voice) ถือเป็นการผสานพลังที่ลงตัวที่สุด
      การสนับสนุนให้โครงการประเมินผล AGM, พลังอาสาพิทักษ์สิทธิ และระบบ Alert Stocks มีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนบทบาทของผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือรายบุคคล จากเดิมที่เป็นเพียง 'ผู้รับผลกระทบ'หรือตั้งรับอยู่ปลายน้ำ ให้กลายมาเป็น 'ผู้ร่วมขับเคลื่อนธรรมาภิบาล' ตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งนี่คือวิถีแห่งการสร้าง Value Up ที่ยั่งยืนและมั่นคงที่สุดของตลาดทุนไทยที่จะเติบโตเคียงคู่ไปกับความโปร่งใสและเป็นธรรมครับ

 

Click Donate Support Web\ \ 

NT logo 720x100

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100