ปปง.สแกมเมอร์ 4 คดี ทรัพย์สิน 1,307 รายการ ยาเสพติด การทุจริต 58 รายคดี กว่า 778 ลบ.

Category: ปปง.
Published on Sunday, 22 February 2026 09:48
Hits: 1216

ปปงปปง.สแกมเมอร์ 4 คดี ทรัพย์สิน 1,307 รายการ ยาเสพติด การทุจริต 58 รายคดี กว่า 778 ลบ.
     สำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 (เพิ่มเติม) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ
      สรุปผลการดำเนินการ ที่น่าสนใจ นอกเหนือจากคดีที่นำเสนอเป็นที่ทราบไปก่อนหน้านี้ ในคดีเกี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ 4 คดีแล้ว โดยดำเนินการกับทรัพย์สิน รวมจำนวน 1,307 รายการ 58 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 778 ล้านบาท มีรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
       1.ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 34 รายคดี ทรัพย์สิน 835 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 676 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับ การฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการพนันฯ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
       1.1 รายคดี นายเฟรดี้ฯ กับพวก กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติด ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 11 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท (คำสั่ง ย.30/2569)
      1.2 รายคดี นายธาดาฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 53 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด สินทรัพย์ดิจิตอลและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 421 ล้านบาท (คำสั่ง ย.25/2569)
      1.3 รายคดี นายธนวันต์ฯ กับพวก กรณีอ้างตัวเป็นผู้มีความรู้ศาสตร์ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย ใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการนำเสนอขายหินแกะสลักที่อ้างว่านำเข้าจากประเทศจีน และผ่านการทำพิธีปลุกเสกมาแล้ว เป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
      ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 105 รายการ (เช่น เงินสด เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม รถยนต์ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.22/2569)
      1.4 รายคดี บริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ฯ กับพวก กรณีชักชวนให้ซื้อห้องชุดโครงการต่างๆ และมีการจ่ายผลตอบแทนหมุนเวียน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 31 รายการ (เช่น สินค้าแบรนด์เนม ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 53 ล้านบาท (คำสั่ง ย.46/2569)
     1.5 รายคดี นายไพบูลย์ฯ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการกรรโชกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ จากพฤติการณ์ข่มขู่ เรียกรับเงินจากผู้ได้รับงานประมูลจากภาครัฐ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิด จำนวน 30 รายการ (เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 33 ล้านบาท (คำสั่ง ย.44/2569)
       2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 276 รายการ มูลค่าประมาณ 109 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอน การยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
       2.1 รายคดี บริษัทเคโฟร์ คอมมูนิเคชั่นฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกลวงให้ร่วมลงทุนซิมการ์ดโทรศัพท์ และตู้เติมเงิน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 101 รายการ (เช่น เงินสด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทองรูปพรรณ วัตถุมงคล ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 67 ล้านบาท (คำสั่ง ย.288/2568)
      2.2 รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายฯ ชื่อบัญชี นายสมพลชัยฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกผู้เสียหายว่าเป็นผู้กระทำความผิดและให้โอนเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบอันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน
โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ พื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 71 รายการ (เช่น เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.287/2568)
      2.3 รายคดี นายกันชัยฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์เกี่ยวกับขบวนการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 16 รายการ (เช่น เครื่องประดับและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท (คำสั่ง ย.290/2568)
      3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 14 รายคดี ทรัพย์สิน 196 รายการ มูลค่าประมาณ 32 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดี ที่น่าสนใจ ดังนี้
     3.1 รายคดี นายสรวิศิษฎ์ฯ กับพวก กรณีหลอกลวงผู้เสียหายว่าติดต่อจากกรมบัญชีกลาง เรื่องรับเงินบำนาญและให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน ทำการควบคุมโทรศัพท์มือถือ อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
       ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย(กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 10 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 49 รายการ มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท (คำสั่ง ย.266/2568)
      3.2 รายคดี นางสาวสุนิสาฯ กับพวก กรณีเจ้าหน้าที่มูลนิธิทุจริตเบิกถอนเงิน อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง (แยกคดีในชั้นศาลเป็น 2 สำนวนคดี)
      ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน รวมในครั้งนี้ 42 รายการ มูลค่าประมาณ 18 ล้านบาท (คำสั่ง ย.186/2568 และ ย. 285/2568)

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px