ศุภจี โชว์แผนรับมือค้าโลกป่วน เร่งหาตลาดใหม่ เจรจา FTA ปกป้องผู้ประกอบการ
ศุภจี โชว์แผนรับมือค้าโลกป่วน เร่งหาตลาดใหม่ เจรจา FTA ปกป้องผู้ประกอบการ
ศุภจี เผยการค้าโลกเปลี่ยนจากสองขั้วเป็นหลายขั้ว ขัดแย้งรุนแรง ทำเศรษฐกิจการค้าโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง แนะไทยวางตำแหน่งตนเองให้เหมาะสม รับมือการเปลี่ยนแปลง และเตรียมพร้อมแข่งขัน ยันพาณิชย์มีนโยบายรับมือ เพื่อสร้างแต้มต่อให้ไทยในเวทีโลก ทั้งเร่งขยายตลาดใหม่ เจรจา FTA ใหม่ อัปเกรด FTA เก่า ใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ สกัดสินค้านำเข้า ลุยปราบนอมินี หนุนการค้ายั่งยืน สีเขียว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ'Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก” ณ ห้องลุมพินี แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ ว่า บริบทการค้าโลกได้เปลี่ยนจากโลกสองขั้วไปสู่โลกหลายขั้ว (Multipolar World) ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการแข่งขันรุนแรง ทำให้เศรษฐกิจการค้าโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทำให้ไทยจำเป็นต้องวางตำแหน่งของตนเองอย่างเหมาะสมและรอบคอบ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และต้องเตรียมพร้อมให้ไทยยังคงขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้มีการกำหนดนโยบายในการรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และสร้างแต้มต่อการค้าโลก จำนวน 6 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การขยายตลาดใหม่และการใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มที่ 2.เร่งสรุปการเจรจา FTA ที่อยู่ระหว่างการเจรจา และทำให้ FTA ที่มีอยู่แล้ว 14 ฉบับ มีความร่วมสมัย 3.การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ จากการค้าที่ไม่เป็นธรรม ด้วยมาตรการทางการค้า 4.ร่วมแก้เกม ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เมื่อถูกไต่สวน 5.รักษาผลประโยชน์อุตสาหกรรมไทย และใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และ 6.การปิดช่องว่างสินค้านำเข้าทะลักและการยกระดับมาตรฐานสินค้า
ขณะเดียวกัน จะให้ความสำคัญกับการปราบปรามธุรกิจอำพรางและนอมินี โดยใช้ AI ในการตรวจสอบและกำกับดูแล และเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปราม เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการค้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว และการสร้างความร่วมมือทางการค้าในลักษณะห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit) เพราะการทำการค้าในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่มองแค่จุดเดียว แต่ต้องมองเป็นเครือข่ายหลายจุด และเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีคุณค่า หากเราทำได้ ไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ตามแต่เป็นผู้ร่วมกำหนดเกมการค้าโลก
ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนสูง ส่วนเศรษฐกิจไทยในปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 2% และยังต่ำกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย คือ การส่งออก ที่เติบโตสูงถึง 12.9% จากการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ เพราะกังวลมาตรการภาษี และปีนี้คาดว่าส่งออกจะชะลอตัวลง และมีความเสี่ยงใกล้ระดับศูนย์หรือหดตัว ส่วนการลงทุน มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนจากต่างประเทศ 9.8 แสนล้านบาท
พาณิชย์ จัดสัมมนาใหญ่ 'Mission to Win for The Game Changer'เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก ในยุคการค้าโลกเปลี่ยน
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จัดสัมมนาใหญ่ 'Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก' เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ 'Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก' ณ ห้อง LUMPHINI GRAND HALL ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน
นางศุภจี กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนสูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำไม่ถึงร้อยละ 2 และยังต่ำกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยคือการส่งออก ซึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตสูงจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา อันเป็นผลจากความกังวลด้านมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) แต่ในปีนี้แนวโน้มการส่งออกอาจชะลอลงและมีความเสี่ยงใกล้ระดับศูนย์หรือหดตัว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในด้านการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท และเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ถึง 9.8 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในประเทศภายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 480,000 ล้านบาท โดยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เนื่องจากงบประมาณภาครัฐมีข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลพร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาต (fast pass)และกฎระเบียบ เพื่อเปลี่ยนคำขอส่งเสริมการลงทุนให้เป็นการลงทุนจริงอย่างเป็นรูปธรรม
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริบทการค้าโลกได้เปลี่ยนจากโลกสองขั้วไปสู่โลกหลายขั้ว (Multipolar World) ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการแข่งขันรุนแรง ประเทศไทยจำเป็นต้องวางตำแหน่งของตนเองอย่างรอบคอบ โดยโลกมองว่า 'เอเชียคือโอกาส' และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นานาชาติต้องการสร้างความร่วมมือมากขึ้น
ในด้านยุทธศาสตร์ภูมิภาค ไทยต้องยึดโยงกับอาเซียนให้เข้มแข็ง ใช้ขนาดตลาดและจำนวนประชากรเป็นพลังต่อรอง พร้อมใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค รวมทั้งบทบาทของไทยในฐานะประธานการเจรจาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เพื่อผลักดันกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ซึ่งตั้งเป้ายกระดับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลอาเซียนจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI มาใช้พัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill–Reskill) และเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ พร้อมระบุว่า “AI จะไม่มาแทนคน แต่ที่สำคัญคนที่ใช้ AI เป็น จะมาแทนคนที่ไม่ใช้”
สำหรับ นโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ จะมุ่งดำเนินการ 6 ด้านหลัก ได้แก่
1.การขยายตลาดใหม่และการใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มที่
2.เร่งสรุปการเจรจา FTA และทำให้ FTA ที่มีอยู่แล้ว 14 ฉบับ มีความร่วมสมัย
3.การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ จากการค้าที่ไม่เป็นธรรม ด้วยมาตรการทางการค้า
4.ร่วมแก้เกม เมื่อถูกไต่สวน
5.รักษาผลประโยชน์อุตสาหกรรมไทย ใช้ local content ไทย
6.การปิดช่องว่างสินค้านำเข้าทะลักและการยกระดับมาตรฐานสินค้า
และยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามธุรกิจอำพรางและนอมินี โดยใช้ AI เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการค้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว และการสร้างความร่วมมือทางการค้าในลักษณะห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit)
“การทำการค้าในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่มองแค่จุดเดียว แต่ต้องมองเป็นเครือข่ายหลายจุด และเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีคุณค่า หากเราทำได้ ไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ตาม แต่เป็นผู้ร่วมกำหนดเกมการค้าโลก”นางศุภจีกล่าว
นอกจากนี้ ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ'ยุทธศาสตร์การค้าไทยในวันที่โลกเปลี่ยนเกม : พลิกวิกฤตเป็นแต้มต่อ คว้าชัยในสมรภูมิการค้าโลก'โดยนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP)
ช่วงบ่ายเป็นการสัมมนาเชิงเทคนิค'The Game Changer : ติดอาวุธเทคนิค แก้เกมมาตรการการค้า พลิกกฎเกณฑ์เป็นแต้มต่อเหนือคู่แข่ง'จากผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าและกฎระเบียบการนำเข้า–ส่งออกของสหรัฐอเมริกาและอินเดีย พร้อมจัดคลินิกให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของกรมการค้าต่างประเทศด้วย













