DITP ชี้เป้าไทย เข้าไปทำการค้า-ลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรกอินเดีย

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 31 January 2026 03:35
Hits: 374

DITP ชี้เป้าไทยDITP ชี้เป้าไทย เข้าไปทำการค้า-ลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรกอินเดีย
      กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เกาะติดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมุมไบ–อาห์เมดาบัด สายแรกของอินเดีย พบเตรียมทดสอบวิ่งครั้งแรก ปี 70 เปิดเต็มระบบปี 72 ชี้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุนงานด้านโยธา ส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี
      น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.สัญฉวี พัฒนจักร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ อินเดีย ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรกมุมไบ–อาห์เมดาบัด ที่จะเป็นอนาคตใหม่แห่งการเดินทาง และโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปร่วมลงทุนด้านงานโยธา การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี
     โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า อินเดียได้ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงมุมไบ-อาห์เมดาบัด ระยะทาง 508 กิโลเมตร และมีกำหนดทดสอบวิ่งรถครั้งแรกช่วงระยะทาง 100 กิโลเมตรระหว่างเมืองสุรัตและวาปี รัฐคุชราต ในเดือน ส.ค.2570 และคาดว่าจะเปิดบริการเต็มรูปแบบภายในเดือน ธ.ค.2572 ใช้เวลาเดินทางตลอดเส้น 1 ชั่วโมง 58 นาที ความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
     สำหรับ โอกาสของไทย ทูตพาณิชย์ให้ข้อมูลว่าบริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานโยธา องค์ประกอบโครงสร้างทางรถไฟ ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างมาตรฐานระบบราง สามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้รับเหมาหลักของอินเดีย เพื่อร่วมดำเนินโครงการในลักษณะการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการร่วมผลิต มีโอกาสด้านการส่งออกของไทยครอบคลุมสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง อาทิ ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป หมอนรองราง อุปกรณ์ยึดราง วัสดุฉนวน สายเคเบิล ชิ้นส่วนเหล็ก ผลิตภัณฑ์ควบคุมแรงสั่นสะเทือน และระบบกำแพงกันเสียง ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของโครงการรถไฟความเร็วสูง
       นอกจากนี้ ผู้พัฒนาโครงการ นักออกแบบ และแบรนด์ด้านการบริการและการโรงแรมของไทย มีศักยภาพอาจพิจารณาเข้าร่วมพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี ศูนย์อาหาร และบริการผู้โดยสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างรายได้เสริมและยกระดับประสบการณ์การเดินทาง แต่ต้องพิจารณานโยบาย 'Make in India'ของรัฐบาลอินเดียที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาและการผลิตภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งอาจจำกัดการนำเข้าสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศ เว้นแต่บริษัทไทยจะจัดตั้งฐานการผลิต การประกอบ หรือการร่วมทุนในอินเดีย ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจไปสู่การลงทุนระยะยาวและการสร้างพันธมิตรในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น
     “บริษัทไทยที่ต้องการเข้าสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงของอินเดีย ควรวางกลยุทธ์เชิงรุก โดยเริ่มจากพิจารณาการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของผู้รับเหมาหลัก ในฐานะผู้รับเหมาช่วงหรือซัปพลายเออร์ชิ้นส่วน จากนั้นพิจารณาจัดตั้งโรงงานประกอบหรือร่วมทุนกับพันธมิตรอินเดีย เพื่อสอดคล้องกับนโยบาย Make in India และเพิ่มขีดความสามารถในการรับงานขนาดใหญ่ ควบคู่กับการเสนอรูปแบบการขายเทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมในประเทศ

      โดยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและการรับรองตามข้อกำหนดของมาตรฐานพื้นฐานของการรถไฟอินเดีย และมาตรฐานเฉพาะสำหรับรถไฟความเร็วสูงที่เข้มงวด รวมถึงการขึ้นทะเบียนกับ RITES ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินเดียภายใต้กระทรวงรถไฟ และแพลตฟอร์มจัดซื้อของภาครัฐอินเดีย” น.ส.สุนันทากล่าว

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px