เดนทิสเต้ ประกาศแผนปี 2569ตั้งเป้าผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในเอเชีย

Category: การตลาด
Published on Friday, 16 January 2026 12:44
Hits: 2433

เดนทิสเต้ ประกาศแผนปี 2569ตั้งเป้าผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในเอเชีย
ชูกลยุทธ์นวัตกรรมยาสีฟัน-รุกตลาดอาเซียน-ผนึกความร่วมมือกับลิซ่าต่อเนื่องปีที่ 4

 

IMG 2432

 

           เดนทิสเต้ (DENTISTE’) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งในประเทศไทย ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งในเอเชีย เดินหน้าทุ่มงบกว่า 400ล้านบาท ขับเคลื่อนผ่าน กลยุทธ์หลักได้แก่ 1) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดพรีเมียมด้านนวัตกรรมดูแลช่องปาก(Premium Market Leadership&Innovation)2) รุกตลาดยาสีฟันพรีเมียมในอาเซียน (Regional Market Penetrationใน3ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ และอยากครองใจผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ยาสีฟันเดนทิสเต้ระดับพรีเมียม นำโดยลิซ่า ที่จะเป็นตัวแทนเดนทิสเต้ครองใจผู้บริโภคใน 3 ประเทศ 3) สานต่อความร่วมมือกับลิซ่า–ลลิษา มโนบาล”(Collaboration with LISA)ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4ภายใต้คอนเซ็ปต์ 4 Years of Trust, One Confident Smile” เพื่อสื่อสารแนวคิด “รอยยิ้มสวยมั่นใจ” ของลิซ่าที่พิสูจน์มาแล้วกว่า 4 ปีและสร้างความประทับใจและการจดจำแบรนด์เดนทิสเต้ 

นายศิวกร พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ปจำกัด เปิดเผยว่า “เดนทิสเต้เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์Premium Oral Careของไทยที่เติบโตไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกเรามุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้คนผ่าน Innovationต่างๆเพื่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดีมีรอยยิ้มที่มั่นใจ และลมหายใจหอมสดชื่นโดยมีจำหน่ายใน 27 ประเทศทั่วโลก

 

IMG 2435

 

           ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากโดยรวมในปี 2568 มีมูลค่า 18,500 ล้านบาท มีการเติบโตเพิ่มขึ้น จากปี 2567 ประมาณ 6% เนื่องจากปัจจัยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์การดูแลในระยะยาวในส่วนของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมโดยรวมในปี 2568 มีมูลค่า 4,000ล้านบาท และมีการเติบโต 10จากปี 2567 เนื่องจากการยอมรับของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและนวัตกรรม การให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการป้องกันในระยะยาวมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณค่าและประสิทธิภาพสูงขึ้น

เดนทิสเต้ครองความเป็นที่ และผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในประเทศไทยอย่างแข็งแรง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มนี้30และเติบโตมากกว่าตลาด โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2567 สูงถึง 20% ซึ่งเดนทิสเต้เติบโตในระดับนี้ทุกปี

 

IMG 2436

 

           ความสำเร็จของเดนทิสเต้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา เกิดจากการเติบโตด้านนวัตกรรมต่างๆ โดยมีผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้ รีมิน(Dentiste' Remin)ซึ่งเป็นนวัตกรรมเซรั่มฟันที่มีเทคโนโลยีBioMin® Fจากประเทศอังกฤษ ช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู และปกป้องเคลือบฟันโดยการเติมแร่ธาตุกลับเข้าไปในผิวฟัน ช่วยลดอาการเสียวฟันป้องกันฟันผุเสริมความแข็งแรงให้ฟัน และทำให้ฟันขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมให้มีการเติบโตสูง เนื่องจากคนไทยมีปัญหาเสียวฟันทั่วประเทศ นอกจากนี้ ในด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก เดนทิสเต้ยังต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างครบวงจร(holistic care) นอกจากการแก้ปัญหากลิ่นปากโดยเฉพาะแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งปัญหากลิ่นปากกับฟันผุ และเสียวฟัน เช่นDentiste' Remin, Dentiste' Repaire,และยาสีฟันDentiste'Whitening Purple เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายศิวกร กล่าวต่อไปว่า “คนไทย คนเอเชีย และคนทั้งโลกมีความต้องการที่คล้ายกัน คือ อยากได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น เปลี่ยนเป็นสู่เทรนด์Premiumization มากขึ้น โดยนวัตกรรมของเดนทิสเต้ได้ทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นในปีที่ผ่านมา เรามุ่งสนับสนุนการมีสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย โดยมีแคมเปญแจกผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้แม็กซ์ให้กับกรมอนามัย และคลินิกทั่วประเทศ ผมอยากเชิญชวนคลินิกที่สนใจมาร่วมแคมเปญกับเรา รับยาสีฟันฟรี เพื่อร่วมมือโปรโมทการป้องกันฟันผุด้วยเดนทิสเต้ แม็กซ์ที่มีฟลูออไรด์ 1500ppm ขนาด 10 กรัม ซึ่งแจกไปกว่าหนึ่งล้านหลอดในปี 2568 และยังแจกยาสีฟันฟรีผ่านคลินิกที่ร่วมแคมเปญอย่างต่อเนื่องในปี 2569นอกจากนี้ ลิซ่า ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ได้สร้าง“Lisa Impact” ผลกระทบที่ดีให้กับแฟนคลับ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์เดนทิสเต้
เปิด กลยุทธ์เดนทิสเต้สร้างแบรนด์ให้ครองใจผู้บริโภคไทยและอาเซียน

 

IMG 2437

 

           นายศิวกรกล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ เดนทิสเต้มุ่งตอกย้ำการเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมีย ผ่านกลยุทธ์หลักในการยกระดับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกด้าน การรุกตลาดยาสีฟันระดับพรีเมียมในภูมิภาคอาเซียนและความร่วมมือกับแบรนด์แอมบาสเดอร์อันดับหนึ่งอย่างลิซ่าลลิษา มโนบาลอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ เป็นปีที่ลิซ่ากลับมาเปิดตัวยาสีฟันเดนทิสเต้ สูตรใหม่  “เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์” เป็นปีที่ 4 และมาแชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพช่องปากครบวงจรเป็นการร่วมมือเป็นพันธมิตร 4 ปีแห่งความเชื่อมั่นในคุณภาพของเดนทิสเต้ และลิซ่าก็ยังใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจผ่าน “Confident Smile”รอยยิ้มมั่นใจไปสู่คนรุ่นใหม่และครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างเหนียวแน่น”

กลยุทธ์ที่ 1:ผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากตอบโจทย์ผู้บริโภค(Premium Market Leadership & Innovation)เดนทิสเต้ชี้ว่า อินไซต์ผู้บริโภคไทยที่ให้ความสำคัญกับ “สุขภาพเชิงป้องกัน” (ProactiveWellnessมากขึ้น ไม่ใช่แค่ฟันขาว แต่มองว่าการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในปีนี้ เดนทิสเต้ จึงมุ่งเน้นกลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ 2026” นวัตกรรมยาสีฟัน 10 in 1 หลอดสีทองสูตรที่ดีที่สุดของเดนทิสเต้ดูแลครบจบปัญหาเหงือกและฟันในหลอดเดียว ผสมผสานPostbioticsกับ Zinc & CPC และสมุนไพรพรีเมียมกว่า14 ชนิดช่วยลดปัญหาในช่องปาก เช่น เลือดออกตามไรฟัน แผลในปาก เหงือกอักเสบพร้อมปรับสมดุลและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ถึง 12 ชั่วโมงซึ่งจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้ดูแลช่องปากอย่างเข้มข้นนานถึง 12 ชั่วโมงและป้องกันฟันผุด้วย Sodium Fluoride 1100 ppm


          นอกจากนี้ ลิซ่ายังเปิดตัวเดนทิสเต้ พรีเมียม เม้าท์สเปรย์ เอ็กซ์ตร้า เฟรชสูตรเข้มข้นเพื่อช่วยลมหายใจหอมสดชื่นยาวนาน และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากระหว่างวัน เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกวัน

 

IMG 2438

 

กลยุทธ์ที่ 2: เจาะจงและรุกตลาดอาเซียน3ประเทศ (Regional Market Penetration)

เดนทิสเต้วางกลยุทธ์รุกตลาดอาเซียนในปี 2569ใน ประเทศได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ โดยมีประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีเป็นต้นแบบโดยทั้งสามประเทศเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์คุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ และมีความชื่นชอบศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์

กลยุทธ์ที่ 3: สานต่อความร่วมมือกับลิซ่า-ลลิษา มโนบาล (Collaboration with LISA

นายศิวกรกล่าวว่า “ผมขอขอบคุณลิซ่าที่จับมือกับเดนทิสเต้ทำให้คนไทยมีสุขภาพฟันที่ดีมีรอยยิ้มสดใส และมีความมั่นใจในเดนทิสเต้ตลอด 3 ปีที่ผ่านแคมเปญและกิจกรรมดีๆ อย่างต่อเนื่องขอขอบคุณคนไทยที่เชื่อมั่นเดนทิสเต้มาตลอดตั้งแต่ครั้งแรกจนปัจจุบัน เราสัญญาว่า จะดูแลสุขภาพช่องปาก มอบนวัตกรรมดีๆ เสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยเดนทิสเต้ เป็นแบรนด์ไทยที่เติบโตสู่การเป็น Global brand เช่นเดียวกับ ลิซ่า ซึ่งเป็นศิลปินคนไทยที่ก้าวสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เรามี DNAเดียวกันในการสร้างแบรนด์พรีเมียมสู่เวทีระดับโลก

ในปีนี้ ดนทิสเต้จึงมุ่งสานต่อความร่วมมือระยะยาวกับลิซ่าเป็นปีที่ ภายใต้คอนเซ็ปต์“4 Years of Trust, 
One Confident Smile”4 ปีแห่งความเชื่อมั่นกับหนึ่งรอยยิ้มมั่นใจที่มุ่งถ่ายทอดถึง ปีแห่งความมั่นใจในการใช้ผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้ของลิซ่า ซึ่งยังคงใช้อยู่อย่างต่อเนื่องพร้อมแชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพช่องปากและสื่อสาร “Confident Smile” รอยยิ้มอย่างมั่นใจของลิซ่าไปสู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปาก และส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปากด้วยการทดลองใช้เดนทิสเต้ในวงกว้าง

โดยลิซ่าจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเดนทิสเต้ใน 3ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เพื่อสร้าง
แรงบันดาลใจให้ผู้คนผ่าน “Confident Smile” รอยยิ้มอย่างมั่นใจแบบลิซ่า สร้างการจดจำแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคGen Y และ Gen Zและส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปากด้วยการทดองใช้เดนทิสเต้ในวงกว้าง 
สำหรับประเทศไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ลิซ่า เป็นตัวแทนรอยยิ้มและสุขภาพที่ดี โดยที่ลิซ่าจะมาแนะนำผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ และ เดนทิสเต้ พรีเมียม เม้าท์สเปรย์ เอ็กซ์ตร้า เฟรชซึ่งจะสื่อสารผ่านสื่อโฆษณาทั่วประเทศพร้อมจัดแคมเปญซื้อยาสีฟันแถมแปรงสีฟัน พร้อมเตรียมเปิดตัวไอเทมและคอลเลคชั่นพิเศษที่จับมือร่วมกับ LISAอีก 10 ไอเทมไว้ให้แฟนคลับลุ้นตลอดปี

 

นายศิวกรกล่าวทิ้งท้ายว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การเติบโตด้านยอดขาย แต่คือการConnect เชื่อมความผูกพันของผู้คนด้วยความมั่นใจ เริ่มต้นด้วยการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและดีเยี่ยมทุกๆ วัน เราตั้งเป้าอยากให้ผู้บริโภคได้ทดลองผลิตภัณฑ์และมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น โดยมุ่งผลักดันแบรนด์เดนทิสเต้ให้แข็งแกร่งและครองใจผู้บริโภคด้วยคุณภาพและนวัตกรรม ก้าวสู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งในเอเชียภายในปี 2569 นี้

ยาสีฟัน เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์” (DENTISTE’ Premium Care Toothpaste)ใหม่ มีจำหน่ายในขนาด ได้แก่ ขนาด 50 กรัม ราคา 165 บาท และขนาด 100 กรัม ราคา 275 บาท “เซรั่มฟันรีมิน (DENTISTE’ Remin Biomin Tooth Serum)มีจำหน่ายในขนาด 15กรัมราคา395 บาท และ “เดนทิสเต้ รีแร์” (DENTISTE’ Repaire-ReX 3 Tooth Serum) ขนาด 70 กรัม ราคา 860 บาท สามารถซื้อได้ที่ทุกห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ช่องทางออนไลน์ Lazada Shopee และTiktok Shop และเว็บไซต์ Official DENTISTE’ หรือคลิก www.dentiste-oralcare.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

 

 

 

 

 

Click Donate Support Web 

EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px