ตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPls) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

ตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPls) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPls) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในประเด็น ดังนี้
1. ประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) จำนวน 5 ประเด็นและห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)
2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมาย
3. (ร่าง) ตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPls) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมอบหมายให้ ก.พ.ร. เป็นผู้พิจารณาการกำหนดตัวชี้วัด ค่าเป้าหมายและรายละเอียดของ Joint KPls โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
4. ให้สำนักงาน ก.พ.ร. นำ Joint KPls ไปขับเคลื่อนส่วนราชการ จังหวัดและองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะที่ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 25581
5. ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจนำ Joint KPls ไปขับเคลื่อนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และส่งผลการดำเนินงานหรือผลการประเมินให้สำนักงาน ก.พ.ร. ในสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
สาระสำคัญ
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPls) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 217 ตัวชี้วัด และประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) จำนวน 5 ประเด็นและห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ได้แก่ (1) การบริหารจัดการและการอนุรักษ์ฟื้นฟูน้ำทั้งระบบ (2) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (3) รายได้จากการท่องเที่ยว (4) รายได้ของผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP และ (5) การลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินการให้สอดคล้องตามเป้าหมายระดับชาติที่ได้กำหนดไว้ รวม 18 เป้าหมายตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีส่วนราชการ จังหวัด องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง (ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม) รวมทั้งคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ (ได้แก่ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ) ได้นำ Joint KPls ไปขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสำคัญให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการในการประชุม ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) ตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPls) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แล้ว อย่างไรก็ดี Joint KPls ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (ที่เสนอในครั้งนี้) แตกต่างจาก Joint KPls ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (27 กันยายน 2565) เห็นชอบไว้สรุปได้ ดังนี้
|
Joint KPls ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565) |
Joint KPls ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (ที่เสนอในครั้งนี้) |
|
|
ประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) |
||
|
มี 3 ประเด็น ได้แก่ (1) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (2) ความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคบริโภค และ (3) รายได้จากการท่องเที่ยว |
มี 5 ประเด็น โดยเพิ่มประเด็นที่ 4 รายได้ของผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP เนื่องจากปี 2565 อัตราการเติบโตของมูลค่าสินค้า OTOP อยู่ที่ร้อยละ 59.27 ซึ่งลดจากปี 2564 ที่มีอยู่ที่ร้อยละ 80.35 เนื่องจากผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานรากขาดองค์ความรู้และทักษะที่สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการและเพิ่มประเด็นที่ 5 การลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 เนื่องจากปัจจุบันคุณภาพอากาศของประเทศไทยมีปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อสุขภาพประชาชน |
|
|
- จำนวน Joint KPls |
||
|
มี 59 ตัวชี้วัด |
มี 217 ตัวชี้วัด โดยจำนวนตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้นจากประเด็น Agenda ที่ 4 และที่ 5 (หมายเหตุ : อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากกรอบแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการและจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้กำหนดให้ส่วนราชการสามารถแจ้งปรับเปลี่ยนรายละเอียดและจำนวนตัวชี้วัดได้ โดยให้ส่งสำนักงาน ก.พ.ร.) |
|
|
- จำนวนเป้าหมายในภาพรวม (เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ) |
||
|
มี 6 เป้าหมาย |
มี 18 เป้าหมาย |
|
|
- จำนวนเป้าหมายรายประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) |
||
|
ประเด็นที่ 1 การบริหารจัดการและอนุรักษ์ฟื้นฟูน้ำทั้งระบบ |
||
|
มี 1 เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่ ระดับความมั่งคงด้านน้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น |
มี 3 เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยเพิ่ม 2 เป้าหมาย ได้แก่ (1) ระดับการรับมือกับพิบัติภัยด้านน้ำเพิ่มขึ้นและแม่น้ำลำคลอง และ (2) แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศมีระบบนิเวศและทัศนียภาพที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้น |
|
|
ประเด็นที่ 2 การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก |
||
|
มี 1 เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยลดลง |
คงเดิม |
|
|
ประเด็นที่ 3 รายได้จากการท่องเที่ยว |
||
|
มี 4 เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่ (1) รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น (2) รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจเพิ่มขึ้น (3) รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทยเพิ่มขึ้น และ (4) รายได้จากการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำเพิ่มขึ้น |
มี 7 เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยเพิ่ม 3 เป้าหมาย ได้แก่ (1) เมืองและชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น (2) สินค้าท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมได้รับการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และ (3) โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวมีคุณภาพและมาตรฐานดีขึ้น |
|
|
ประเด็นที่ 4 รายได้ของผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP |
||
|
ไม่มี |
มี 6 เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ เช่น (1) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรายใหม่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น (2) ความสามารถในการแข่งขันด้านการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีดิจิทัลดีขึ้น (3) มูลค่าพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขึ้น และ (4) การขยายตัวการส่งออกของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขึ้น |
|
|
ประเด็นที่ 5 การลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 |
||
|
ไม่มี |
มี 1 เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่ คุณภาพอากาศ เสียง และความสั่นสะเทือนอยู่ระดับมาตรฐานของประเทศไทย |
|
________________________
1 ปัจจุบันองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีจำนวน 37 แห่ง และองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ มีจำนวน 24 แห่ง แบ่งเป็น (1) องค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะที่ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 คณะกรรมการขององค์การมหาชนเป็นผู้ประเมิน (2) องค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 โดยมีกระทรวงการคลัง (กค.) เป็น ผู้ประเมิน และ (3) องค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 แต่ กค. ไม่ได้เป็นผู้ประเมินโดยใช้ระบบการประเมินตามแนวทางของกฎหมายที่จัดตั้งหน่วยงาน
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) 8 สิงหาคม 2566
สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2288-4396
A8215








