avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
BAYบล.กรุงศรี : Money Wizard
 
Daily Strategy 
" Trade war รายวัน " 
          ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวขึ้นปิด +16.42 จุด (+1.02%) ที่ระดับ 1,627 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.0 หมื่นล้านบาท หลัง Trade war สหรัฐและจีนผ่อนคลายลงโดยสหรัฐยกเลิกคำสั่งห้ามบริษัทสหรัฐดำเนินธุรกิจกับ Huawei ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน ประกอบกับมีแรงซื้อ Cover short คืนในหุ้นงบ 1Q19 ออกมาน่าผิดหวังที่ปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,267 ล้านบาท และ Net Long TFEX 8,519 สัญญา อีกทั้งซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,902 ล้านบาท  
          แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้: มุมมองเป็นลบคาด SET Index อ่อนตัวทดสอบ 1,620 จุดก่อนจะสลับรีบาวด์ โดยแม้ว่าดัชนีจะได้ sentiment บวกจาก Fund Flow ต่างชาติที่พลิกเป็น Net Buy + Long TFEX 2 วันต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นการเมืองภายในที่จะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้ทั้งการจัดพรรคร่วมรัฐบาลและการเปิดสภา อย่างไรก็ตามแรงกดดันจาก Trade war ยังคงอยู่หลังปธน.ทรัมป์ เตรียมขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดรายใหญ่ 5 รายของจีนในข้อหากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบทีทรุดตัวลงแรงหลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น อีกทั้งความกังวลเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวโดยการส่งออกไทยเดือนเม.ย. -2.57% YoY จากผลกระทบ Trade war ซึ่งจะกดดันให้ภาวะตลาดมีความผันผวนสูง 
 
กลยุทธ์การลงทุน : Selective Buy
          - กลุ่มที่ได้ประโยชน์ MSCI อนุมัติรวม NVDR และปรับเพิ่มน้ำหนักการคำนวณน้ำหนักการลงทุน (มีผล 28 พ.ค.)  SCC, BDMS, CPN, INTUCH, RATCH, , CPALL และ DTAC   
          - กลุ่มพักเงินในภาวะตลาดผันผวน (AOT, TTW, CPALL , BEM , BTS , BDMS)  
          หุ้นแนะนำวันนี้: CPALL(ปิด 78.25 ซื้อ/เป้า 88) Top pick กลุ่มค้าปลีก ปลอดภัยจากปัญหา Trade war, SSSG ยังเป็นบวกคาดไว้ +3% การขยายสาขายังเป็นไปตามแผนที่ 700 สาขาต่อปี อีกทั้งยังเป็นหุ้นที่ MSCI เพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับ 5 (100 ล้านเหรียญ) ของการคำนวณรอบใหม่ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ 28 พ.ค.19 , JMT (ปิด 15.3 ซื้อ/เป้า Consensus 17) คาดแนวโน้มกำไรสุทธิในปีนี้จะยังพุ่งทำ All time high ได้ในทุกไตรมาสจากรายได้ของการเรียกเก็บหนี้ที่เพิ่มขึ้นตามพอร์ตหรือฐานลูกหนี้ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพอร์ตหนี้ในการบริหารทั้งหมด 1.4 แสนล้านบาท สามารถสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องไปได้อีกอย่างน้อย 12 ปี
          KSS report วันนี้ : VGI (ปิด 9 ซื้อ/เป้า 11)
 
ประเด็นสำคัญวันนี้ : 
          (-) Tech war ยังมีกระแสข่าวเชิงลบออกมาต่อเนื่อง ล่าสุดสหรัฐเตรียมประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดของจีนอีก 5 ราย : แม้สหรัฐจะประกาศเลื่อนคำสั่งแบนหัวเว่ยออกไปอีก 90 วัน แต่ปัจจัยลบจากปัญหา Tech war ยังไม่จบ ล่าสุดสหรัฐเตรียมพิจารณาขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดรายใหญ่ 5 รายของจีน อาทิ Hikvision Digital Technology และ Dahua Technology ด้วยข้อหากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการปราบปรามชาวมุสลิมอุยกูร์ กระแสข่าวดังกล่าวสร้างความกังวลเพราะอาจจะเห็นการตอบโต้จากทางการจีน ทำให้ปัญหายิ่งยืดเยื้อและบานปลายมากขึ้น (แต่ข่าวนี้เป็นบวกต่อ SVI เนื่องจากผู้ประกอบการ 5 รายของจีนเป็นคู่แข่งโดยตรงของ SVI ในตลาดสหรัฐและยุโรป)
          (-) น้ำมันดิบ WTI ร่วง 1.71$/bbl จากสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นสวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง : ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงแรงกว่า 1.71$ (-2.7%) ปิดที่ระดับ 61.42$/bbl หลังจากที่ EIA เปิดเผยสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 4.7 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 และสวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 599,000 บาร์เรลต่อวัน เช่นเดียวกับ สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาร์เรล เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 816,000 บาร์เรล นอกจากนี้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 768,000 บาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 48,000 บาร์เรล 
          (+) Fed Minute ยังไม่มีอะไรใหม่ คณะกรรมการส่วนใหญ่ยังเห็นพ้องที่จะไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้ : Fed เปิดเผยรายงานการประชุม (Fed Minute) เมื่อวันที่ 30 เม.ย. - 1 พ.ค. 19 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดส่วนใหญ่ยังคงเน้นย้ำถึงการ "ใช้ความอดทน" ในการดำเนินนโยบายการเงิน พร้อมระบุว่า เฟดยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้ 
          (-) ส่งออกไทยเดือน เม.ย.ร่วงต่ำสุดในรอบ 24 เดือน โดยหดตัว 2.57%yoy ต่อเนื่องจากเดือนมี.ค.ที่หดตัว 4.88%yoy : มูลค่าการส่งออกเดือน เม.ย.ลดลงสู่ระดับ 18,555 ล้านเหรียญ ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน โดยหดตัว 2.57%yoy หดตัวต่อเนื่องจากเดือน มี.ค.ที่หดตัว 4.88%yoy การหดตัวดังกล่าวเป็นผลจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค่าชะลอตัวจากผลของ Trade war ทำให้ตลาดส่งออกหดตัวเกือบทุกตลาด ส่วนชนิดสินค้าส่งออกที่หดตัวส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและ อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ รถยนต์, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ กลุ่มปิโตรฯพลาสติก แต่กลุ่มสินค้าเกษตร ยังขยายตัวได้ดี อาทิ อาหารกระป๋อง, ทูน่ากระป๋อง, ไก่สด และไก่แปรรูป ถือเป็นสัญญาณบวกต่อกลุ่ม CPF, GFPT และ TU 
          
          นักวิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน :
          อาทิตย์ จันทร์สว่าง Registration No.16475 
          นักวิเคราะห์ เทคนิค และ นักกลยุทธ์:
          ชัยยศ จิวางกูร Registration No. 15942
          ผู้ช่วยนักวิเคราะห์:
          ยุภาวณี เล้าตระกูลชัย
          ณัฐกานต์ โพธิ์ศรี